Home

ทัวร์พม่า

พม่า ประเทศบ้านพี่เมืองน้องของไทยนั่นเอง ประเทศที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกับไทยมาอย่างยาวนาน ถือว่าเป็นประเทศที่น่าเที่ยวอีกประเทศหนึ่งเลย สำหรับประเทศพม่า โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่นทะเลและเกาะต่างๆ ก็ขึ้นชื่อเหมือนกัน เป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ ที่สำคัญไม่ไกลจากบ้านเราด้วย สามารถเดินทางได้หลายทาง ทั้งการขับรถหรือจะนั่งเครื่องบินก็ได้

หากใครได้มีโอกาสมา ทัวร์พม่า สิ่งหนึ่งที่ห้ามลืมเลยก็คือ การซื้อของฝากไปฝากเพื่อน หรือว่าญาติพี่น้องที่บ้าน จะเป็นของเล็กน้อยหรือว่าใหญ่โตก็ตาม ลองมาดูกันหน่อยว่า นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ประเทศพม่ามีของฝากอะไรอีกบ้างที่ขึ้นชื่อ และน่าซื้อกลับประเทศ เอาที่เป็นเอกลักษณ์และขึ้นชื่อมากที่สุดก็แล้วกัน

-ทานาคา เป็นของเพียงชิ้นเดียว ที่คนไทยทุกคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะถ้าหากเราเห็นใครก็ตามที่ทา ทานาคาแสดงว่าเป็นคนประเทศเพื่อนบ้านเราแน่นอน ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย จะว่าไปแล้วทานาคาก็มีประโยชน์ไม่น้อยเหมือนกัน เพราะนอกจากจะทาเพื่อแสดงความเป็นเอกลักษณ์แล้ว ทานาคายังช่วยในการลดอาการผื่นคัน ช่วยป้องกันสิวได้อีกด้วย เพราะส่วนประกอบสำคัญมาจากธรรมชาติทั้งนั้น

-กำไลหยก เป็นของที่ขึ้นชื่อที่นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ได้มา ทัวร์พม่า นิยมซื้อเป็นของฝากกันมากที่สุด เพราะที่นี่เขานิยมทำอาชีพนี้กันเยอะ และความสวยงามก็ไม่แพ้ใครเหมือนกัน นอกจากกำไลแล้วยังมีพวกเครื่องประดับอื่นๆอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นพวกสร้อย แหวน มีขายกันแทบทุกที่ที่เป็นร้านของฝากในประเทศพม่า ที่สำคัญราคาก็ไม่ได้แพงมากด้วย

-ผ้าโสร่ง เป็นของฝากที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เพราะมันแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของประเทศพม่า จะซซื้อมาฝากญาติผู้ใหญ่ หรือว่าจะเอาไว้ใส่เองก็ได้เหมือนกัน หากได้มาทัวร์พม่า ก็ลองเอาติดไม้ติดมือไปฝากพ่อแม้ หรือว่าญาติเราดูก็ได้ ที่สำคัญราคาของชุดก็ไม่แพงเลย ราคาไม่ถึงร้อยบาทด้วยซ้ำ จะซื้อยกโหลกลับบ้านก็ได้

-งานแฮนเมด เป็นของฝากอีกอย่างที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะงานแฮนเมดของพม่า แฝงไปด้วยเอกลักษณ์ และศิลปะของประเทศพม่าด้วย อย่างเช่นพวกกระเป๋า หรือว่าร่มแฟชั่น แก้วและภาชนะต่างๆ ของพวกนี้ได้รับความนิยมไม่แพ้อย่างอื่น ราคาก็ถูกแสนถูก บางชิ้นก็ไม่ถึงสิบบาทด้วยซ้ำ น่าสนใจไหมล่ะ

-ชาพม่า ที่พม่าเองก็ขึ้นชื่อในเรื่องของการปลูกชาเหมือนกัน และชาที่พม่าก็ไม่คุณภาพดี ทั้งกลิ่นหอมและรสชาติอร่อย เป็นของฝากที่เหมาะกับคนรักสุขภาพอย่างยิ่ง ราคาก็ไม่แพงด้วย จะเอามาไว้รับประทานเอง หรือเป็นของฝากก็ดีได้ทั้งนั้น

ที่แนะนำไปทั้งหมด คือของใกที่นักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์พม่า นิยมซื้อกันเยอะที่สุด หากใครอยากจะเที่ยวราคาประหยัดประเทศใกล้ๆบ้าน แนะนำเลยว่าพม่า คือประเทศที่อยากจะให้มาลองสัมผัสมาก เพราะสวยงามจริงๆ เชื่อว่าหากใครได้มาเที่ยวสักครั้ง เป็นต้องได้กลับมาครั้งที่สองแน่ เพราะที่นี่มีเสน่ห์อะไรหลายอย่าง ที่ทำให้เราหลงไหล

ช่วงฤดูกาลที่จัดว่าโรแมนติกสุด ต้องยกให้ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะเราจะได้เห็นสีสันสดใสและความสวยงามของใบไม้ ทั้งเขียวส้มแสดแดงงามแปลกตา บ้างก็เหลืองทอง บ้างก็ส้มแสด สลับกันผลัดใบไปเรื่อยๆ ใครที่ชื่นชอบความสวยงามตามธรรมชาติและรักการท่องเที่ยวสไตล์นี้ รับรองได้เลยว่า เมมโมรี่ในกล้องถ่ายรูปหรือมือถือของคุณจะต้องเต็มแน่ๆ แล้ววันนี้เราจะพาไปดูแหล่งท่องเที่ยว ในบรรยากาศสบายๆสไตล์ใบไม้เปลี่ยนสี จากทั่วทุกมุมโลก ว่าที่ไหนชอบคิดติดชาร์ตจนต้องติดแฮชแท็ก ใบไม้เปลี่ยนสีกันบ้าง

  • สะพานแขวนมาจังโฮซู เกาหลีใต้ 

ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตและยังเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในประเทศเกาหลีด้วยระยะทาง 220 เมตรทอดผ่านสายน้ำอยู่ท่ามกลางภูเขาและต้นไม้ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่นี้จะมีความสวยสดงดงามและบรรยากาศที่เรียกได้ว่า unseen เลยล่ะ ช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวกันมากเพราะเป็นช่วงที่สภาพแวดล้อมสวยงามอุดมสมบูรณ์มากที่สุด 

  •  เกาะนามิ  เกาหลีใต้ 

เกาะนามิเป็นอีกสถานที่ที่เราไม่ควรพลาดหากใครได้ชมซีรีย์เกาหลี เรื่องวินเทอร์เลิฟซอง เราจะรู้จักและคุ้นเคยสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี ไม่ไกลจากกรุงโซลที่นี่เป็นเกาะเล็กๆรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ท่ามกลางแม่น้ำฮัน แล้วด้วยความสวยงามโรแมนติก จึงถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีย์ดังหลายๆเรื่อง ไฮไลท์ที่สำคัญของที่นี่คือความสวยงามของใบแปะก๊วยสีเหลืองอร่ามตัดสลับกับความสวยงามของต้นสนและต้นเกาลัดตั้งเรียงรายไปตลอดทางเดิน โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่จะสวยงามเป็นพิเศษถ่ายรูปมุมไหนรับรองว่าโดนใจ ยกกล้องขึ้นไปแบบไม่ต้องเล็งก็ยังสวย 

  • เมืองโอบาระ ประเทศญี่ปุ่น

 ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยว  สไตล์ชนบท ตั้งอยู่ในจังหวัดไอจิประเทศญี่ปุ่นความพิเศษของที่นี่คือเราจะได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีพร้อมกับดอกซากุระที่ผลิบานอยู่ในพื้นที่เดียวกัน มันคือความ Amazing เพราะปกติแล้วฤดูใบไม้ร่วงย่อมไม่มีดอกซากุระบานแต่เนื่องจากที่นี่ใช้ซากุระสายพันธุ์พิเศษใน 1 ปีจะบาน 2 ครั้ง ซึ่งช่วงเวลาหนึ่งก็จะตรงกับใบไม้เปลี่ยนสีพอดีดังนั้น ใครอยากชมความสวยงามแบบนี้ต้องเช็คพยากรณ์อากาศและสภาพภูมิประเทศในแต่ละช่วงให้ดีประมาณเดือนพฤศจิกายน หรือก่อนหลังไม่นาน มาที่นี่รับรองไม่ผิดหวัง 

  • ฮัลล์สตัทท์ ออสเตรีย

เปลี่ยนบรรยากาศจากฝั่งเอเชียข้ามมาที่ฝั่งยุโรปกันบ้างสัมผัสบรรยากาศความสวยความงามในออสเตรเลียกับสถานที่ท่องเที่ยวริมทะเลสาบที่มีความเงียบสงบมีความสวยงามราวกับเมืองในเทพนิยายแห่งนี้ที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่เต็มไปด้วยความโรแมนติก บรรยากาศดีงามตามท้องเรื่องทุกฤดูกาลเลยล่ะโดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีปลายเดือนตุลาคม แนะนำว่าขึ้นรถรางคุณจะได้ชมวิวภูเขาบนภูเขาเกลือชมเมืองโดยรอบไปพร้อมๆกับความสวยงามของใบไม้หลากสีสันหรือจะนั่งเรือไฟฟ้าชมหมู่บ้านก็จะได้บรรยากาศความสวยงามแปลกตาไปอีกแบบบอกได้เลยว่าไม่ควรพลาด 

ใครไม่เกาสายเกา เพราะวันนี้เราจะพูดกันถึงเรื่องแหล่งช้อปปิ้ง ที่ดีที่สุดในเกาหลีที่เราไม่ควรพลาด นอกจากเรื่องกินเรื่องเที่ยว ในกรุงโซล ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายของใครหลายๆคน ที่เป็นแรงดึงดูดให้เราต้องแพ็คกระเป๋าตบเท้าเข้ามาเที่ยวในเกาหลี ก็เห็นจะเป็นเรื่อง Shopping นี่แหละ ที่ทำให้เรา ต้องวางแผนและจัดเวลาให้แบบเต็มๆวัน  ใครที่ยัง ไม่เคยมาสัมผัสบรรยากาศ การช้อปปิ้งในเกาหลีแล้วก็บอกได้คำเดียวว่าคุณจะเพลินมาก แทบลืมเวลาแทบจะลืมว่าควักเงินออกจากกระเป๋าไปแล้วเท่าไหร่ ส่วนเรื่องอาหารนั้นหายห่วง เพราะร้านรวงต่างๆก็มากมายจริงๆว่าแล้วเราไปดูกันดีกว่า ว่าที่ไหนคือย่านช้อปปิ้ง ในกรุงโซล ที่เราต้องติดแฮชแท็ก 

  • ย่านเมียงดง 

เริ่มต้นกันที่ ย่านช้อปปิ้ง Top ฮิตติดชาร์ตในกรุงโซลซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าวัยรุ่นแฟชั่นทันสมัยไฮไลท์ที่สำคัญคือเครื่องสำอางดีๆ Mask ดูแลผิวครีมบำรุงผิวและอื่นๆมากมายเกี่ยวกับความสวยความงามใครที่อยากช้อปปิ้งเครื่องสำอางเกาหลีปักหมุดที่นี่กันรัวๆจ้ะ ส่วนการเดินทางมาที่นี่ก็ง่ายมาก โดยใช้รถไฟใต้ดินสาย 4 สีฟ้าลงสถานีเมียงดง หรือเขาจะเรียกอีกอย่างว่ามยองดง  ทางออกที่ 6 

  • ย่านฮงแด 

ที่นี่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยฮงอิกซึ่งเป็นแหล่งรวมวัยรุ่นนักเรียนนักศึกษาสินค้าก็จะออกแนววัยรุ่นราคาถูกรวมถึงเครื่องสำอางแบรนด์ชั้นนำของเกาหลีมีทุกแบรนด์ให้เลือก ตั้งแต่ปกปิดระดับบางเบาไปจนถึงปกปิดระดับเทพทั้งเสื้อผ้าแฟชั่นทันสมัยก็มีให้เลือก Shopping ตลอดสองข้างทางที่สำคัญชอบเหนื่อยแล้วยังมี Street food  ให้กินกันตลอดทางอีกด้วย การเดินทางมาที่นี่ใช้รถไฟใต้ดินสาย 2 สีเขียวลงสถานีมหาวิทยาลัยฮงอิกใช้ทางออกที่ 8 หรือทางออกที่ 9 ก็ได้

  •  ย่านอีแด 

เชื่อว่าที่นี่ต้องถูกใจสายช้อปขาประหยัดอย่างแน่นอนเพราะเน้นของถูกคุณภาพดีย่านนี้ตั้งอยู่หน้ามหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา สินค้ามีหลากหลายประเภท เป็นร้านรวงเล็กๆต่างๆตั้งอยู่สองข้างทาง เดินง่ายๆไม่พลุกพล่าน ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าของชาวเกาหลี ดังนั้นเสื้อผ้าสไตล์เกาหลีจึงมีให้เลือกสรรเพียบ การเดินทางใช้รถไฟใต้ดินสาย 2 สีเขียวลงสถานี ใช้ทางออกที่ 2 หรือ 3  ก็ได้ 

นอกจากนี้ยังมีย่านอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งบอกได้เลยว่า ใครคิดว่ามาเกาหลีช้อปปิ้งที่กรุงโซลจะต้องไปเมียงดงเท่านั้นคุณเข้าใจผิดแล้วล่ะ เพราะสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งช้อปปิ้ง ในเกาหลีมีให้เราเลือกช็อปแทบทุกย่าน ดังนั้นก่อนจะไปศึกษาข้อมูลเหล่านี้ให้ดีคุณจะได้ไม่พลาดทุกๆการเดินทางเรื่องกินเรื่องเที่ยวเรื่องชอบ รับรองครบเครื่อง 

หลายคนถือคติที่ว่าเกิดมาทั้งทีต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม เต็มที่ทั้งเรื่องการทำงาน การช้อปปิ้ง และที่สำคัญการท่องเที่ยวก็ต้องเต็มที่ด้วยเช่นกัน ดังนั้น เรามาทำให้ทุกๆ ที่คือรันเวย์ ที่จะมาเติมสีสันให้ชีวิตในวันพักผ่อนของเรา เต็มไปด้วยความสนุกสนานสดใส บันทึกไว้ใน Instagram Gallery  ที่ถือได้ว่าเป็นเหมือน  ไดอารี่ส่วนตัวของเราแต่ละคนกันดีกว่า และสำหรับวันนี้  เราจะพาทุกคนไปที่ สถานที่ท่องเที่ยวที่ถือได้ว่า มีความสวยงามมากที่สุดทางธรรมชาติเงียบสงบและยังคงความอุดมสมบูรณ์ นั่นก็คือ ภูมิภาคคันไซในประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง 

เชื่อได้เลยว่าเมื่อพูดถึงประเทศญี่ปุ่น สิ่งที่หลายคนจะนึกถึงเป็นอันดับต้นๆก็คือ อากาศดี ต้นไม้ใบไม้บ้านเขาสวยมาก บ้านเมืองสะอาดสะอ้าน อาหารการกินก็ถูกปากบ้านเรา เอาเป็นว่าเหมาะแก่การไปเที่ยวในทุกช่วงเวลาของชีวิตเลยล่ะ ว่าแล้วอย่าช้าไปดูกันดีกว่าว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดอีกช่วงเวลาหนึ่งในญี่ปุ่นคือช่วงเวลาใบไม้เปลี่ยนสีที่ภูมิภาคคันไซมีจุดไหนที่เราต้องไปปักหมุดบ้าง 

  • Arashiyama (เกียวโต)

อาราชิยาม่า  เป็นไฮไลท์ของภูมิภาคคันไซในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติยังคงความอุดมสมบูรณ์นักท่องเที่ยวจะนิยมนั่งรถไฟสายโรแมนติก เที่ยวเรียกว่า Sagano Scenic Train มาเที่ยวกันที่นี่และก่อนที่จะมาถึงเรายังได้รับชมทัศนียภาพระหว่างทางของภูเขาที่ถูกปกคลุมด้วยใบไม้โทนแดงส้ม เมื่อหมายถึงอะไรที่ม่า จุดที่ไม่ควรพลาดอันดับแรกคือสะพาน Togetsukyo เป็นสะพานที่ทอดยาวข้ามแม่น้ำโฮสุโดยมีภูเขาอะไรที่แย่มากเป็นฉากหลัง ที่นี่จึงเป็นแบล็คกราวที่สวยมากสำหรับการถ่ายรูป บรรยากาศความสวยสดงดงามลำน้ำใสพร้อมกับเรือ ที่เป็นเรือของชนบทญี่ปุ่นจอดเรียงราย ซึ่งเราสามารถล่องเรือชมใบไม้เปลี่ยนสีริมแม่น้ำ Hozugawa และยังเที่ยวในวัดแถบนี้ได้อีก 

  • Momijidani Park  (ฮิโรชิม่า)

Landmark สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่ถึงแม้ว่าไม่ได้อยู่ในภูมิภาคคันไซแต่ก็ถือว่าอยู่ในจุดใกล้เคียงซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในญี่ปุ่นต้องแวะมาชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆในสวนสาธารณะแห่งนี้ ความสวยงามอยู่ที่ต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ซึ่งมีจุดเด่นคือใบไม้หลากสีโดยเฉพาะสีแดงสด หลากหลายชนิดมีความสวยงามมากๆรวมถึงเมื่อฤดูกาลใบไม้ร่วงมาถึงต้นเมเปิ้ลกว่า 700 ต้นในส่วนแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นสีแดงส้มไปทั่วบริเวณโดยเฉพาะจุดสำคัญคือสะพานโมมิจิที่มีเหล่าต้นแอปเปิ้ลเหล่านี้เป็นฉากหลัง แม่ขายที่ไม่ชอบถ่ายรูปก็ยังอดใจไม่ไหวที่จะต้องคว้าโทรศัพท์มือถือกดชัตเตอร์กันตัว รับรองได้เลยว่ารูปถ่ายลง Ig ได้ถึงปีหน้าเลยล่ะ 

รีวิวการท่องเที่ยว

การได้ทำงานไปด้วยเที่ยวไปด้วย เป็นความต้องการของคนมีฝันที่จะได้ท่องเที่ยวรอบโลกจำนวนไม่น้อย สำหรับใครก็ตามที่มีความฝันแบบนี้ คงไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าการได้เที่ยวฟรี กินฟรี มีคนคอยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่ากินค่าอยู่ทั้งหมด ซึ่งนอกจากจะได้เที่ยวไปด้วยในระหว่างที่ทำงาน ยังสามารถหารายได้จำนวนที่มากพอจะใช้เลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวได้อีกด้วย เรียกว่าเป็นอาชีพนี้เป็นอาชีพในฝันของนักเดินทางหลาย ๆ คนเลยก็ว่าได้

แล้วหนทางที่จะเป็นบล็อกเกอร์เขียนรีวิวการท่องเที่ยวที่ว่านี้เขาทำกันอย่างไรได้บ้าง ก็คงต้องบอกว่าวิธีการให้ได้มาซึ่งข้อมูลสถานที่เที่ยวต่าง ๆ นั้นไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย เพียงแต่ต้องอาศัยการหาข้อมูล การรู้จักสังเกต การจดบันทึก และทักษะในการถ่ายภาพให้สวยงาม เป็นที่น่าดึงดูดใจแก่ผู้พบเห็น และการรู้จักเรียบเรียงกลั่นกรองถ้อยคำให้ออกมาสละสลวยน่าสนใจ เพียงเท่านี้ไม่แน่ว่าเมื่อบทความรีวิวสถานที่เที่ยวของท่านออกไปสู่สายตาผู้อ่านแล้ว อาจทำให้ท่านกลายเป็นคนดังแค่เพียงชั่วข้ามคืนก็ได้ เราไปดูกันดีกว่าว่าบล็อกเกอร์รีวิวการท่องเที่ยวที่ดี ควรมีวิธีการทำงานอย่างไร

1.นักเขียนรีวิวที่ดีจะต้องมีการวางแผนในการเดินทางที่ดี และรัดกุม เพื่อทำให้แน่ใจได้ว่าข้อมูลที่จะนำมาเขียนรีวิวนั้นมีความครบถ้วนมากเพียงพอที่จะให้สาระความรู้และประโยชน์ตามที่ผู้อ่านต้องการ ที่สำคัญเอกลักษณ์ในการเขียนเป็นสิ่งที่จะขาดไม่ได้ นักเขียนรีวิวที่ดีจะต้องรู้จักหาวิธีทำให้งานเขียนของตนเองแตกต่างจากคนอื่น ๆ มีความสดใหม่ของข้อมูลไม่ซ้ำใคร ๆ ตลอดจนข้อมูลจะต้องถูกต้องแม่นยำตรงตามความเป็นจริง มีการอัพเดตข้อมูลให้ทันสมัยอยู่เสมอ

2.บทความรีวิวการเที่ยวที่ดี จะต้องประกอบไปด้วยเนื้อหาของสถานที่นั้น ๆ อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ประวัติความเป็นมา จุดเด่นที่น่าสนใจของสถานที่ท่องเที่ยว วิธีการเดินทาง เวลาปิด-เปิด ค่าเข้าชมต่าง ๆ (ถ้ามี) และจะต้องไม่เป็นบทความที่แข็งทื่อจนเกินไป กล่าวคือมีการใส่รายละเอียด เรื่องเล่าความรู้สึกร่วมต่าง ๆ ที่อาจจะได้จากการเที่ยวในครั้งนี้ หรือในบางครั้งอาจใส่กลิ่นอายความขำขันลงไปในเนื้อหา เพื่อไม่ให้บทความดูจืดชืดซะจนเกินไป

3.ภาพถ่ายเป็นสิ่งที่จะขาดไปเสียไม่ได้สำหรับบทความรีวิวการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ นี้ ซึ่งอุปกรณ์ที่สำคัญ อย่างเช่น กล้องถ่ายรูปหรือโทรศัพท์มือถือ เป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จำเป็นต้องมี ทางที่ดีแนะนำให้หากล้องคู่ใจสำหรับการถ่ายภาพประกอบบทความรีวิวไว้สักตัวดีกว่า เพื่อให้ได้มุมมองข้อมูลภาพถ่ายที่ผ่านนออกมาจากตัวผู้เขียนโดยตรงให้มากที่สุด เรียกว่าวางแผนในหัวไว้ว่าจะเขียนอย่างไรก็สามารถถ่ายภาพออกมาตามนั้นได้ทันที ซึ่งถ้าจะให้ได้ภาพที่ดีอย่างที่ใจอยากได้มากที่สุด ความรู้ในเรื่องของการถ่ายภาพและตกแต่งภาพเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้ไว้ ตลอดจนอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพ อย่างเช่น ชนิดเลนส์ที่ใช้กับกล้อง เมมโมรี่การ์ด แบตเตอรี่สำรอง รวมถึงขาตั้งกล้องเพื่อไว้ใช้สำหรับถ่ายภาพที่ต้องการความนิ่งมาก ๆ อย่างเช่น ดวงดาว สายน้ำตกฟุ้ง ๆ เป็นต้น

สุดท้ายนี้หัวใจสำคัญของการเป็นนักเขียนรีวิวการท่องเที่ยวที่ดี คือ การเอาใจเขามาใส่ใจเรา คือลองคิดในมุมของผู้ที่มาอ่านข้อมูลดูว่าเขาต้องการรู้อะไรบ้างจากการอ่านบทความรีวิวการเดินทางซักบทความหนึ่ง เช่น ข้อมูลสถานที่เที่ยว ที่พัก ที่กิน ร้านอาหารอร่อย ๆ หรือมุมถ่ายรูปสุดชิค ซึ่งสถานที่คนละที่ก็จะมีมนต์เสน่ห์แตกต่างกันตามไปด้วย และแน่นอนว่าคนที่ชอบเที่ยวในสถานที่ที่แตกต่างกันก็มักจะมีความสนใจ และให้ความสำคัญกับข้อมูลที่ต้องการทราบแตกต่างกันตามไปด้วย

ดังนั้นถ้าหากอยากจะเป็นบล็อกเกอร์รีวิวการเดินทางท่องเที่ยวที่ประสบความสำเร็จแล้วล่ะก็ ควรมีความรู้ให้รอบด้าน มองให้ขาดว่าคนรับสารเขาต้องการอะไร เมื่อรู้เป้าแล้วก็แค่ต่อยให้เต็มแรงที่สุดให้เข้าเป้า เท่านี้ความฝันก็คงจะอยู่ไม่ไกลเกินใจจะไขว่คว้า ความฝันจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ความฝันอีกต่อไป หากเราเริ่มลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้ เพียงแค่เริ่ม “ทำทันที”

พบกับแคมเปญ Summer sale วันที่ 5-31 พ.ค 2562 รับเงินคืนสูงสุด 200% ลุ้น coins cashback voucher จากเกมส์ Shopee quiz และเกมส์น้องใหม่อย่าง 1 บาทเกมส์ พร้อมบริการจัดส่งฟรี เมื่อช้อปครบ 99 บาท